ReadyPlanet.com


1 วันกับ 4G ใจกลางกรุงเทพฯ (Cyber Weekend)


1 วันกับ 4G ใจกลางกรุงเทพฯ (Cyber Weekend)

เป็นที่ตื่นตัวในวงการโทรคมนาคมเมื่อเอไอเอสร่อนจดหมายเชิญสื่อมวล ชนให้เข้าร่วมทดสอบ 4G LTE เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา พร้อมชูความเร็วสูงสุดถึง 100 เมกะบิตต่อวินาที หรือเร็วกว่า 3G ในไทยที่ปัจจุบันมีความเร็วสูงสุด 42 เมกะบิตต่อวินาที
       
       แน่นอนว่าการเกิดขึ้นของ 4G ในไทยพร้อมบูธทดสอบ 4G ในห้างดังใจกลางกรุงเทพฯ สร้างความสงสัยให้กับผู้บริโภคถึงการเข้ามาของ 4G ในไทย พร้อมคำถามที่ตามมาอีกหลายสิบคำถามเกี่ยวกับชื่อ 4G LTE ว่าคือสิ่งใด วันนี้เรามีคำตอบพร้อมผลทดสอบจากการทดลองใช้งานจริง
       
       ***4G LTE คืออะไร?
       
       สำหรับ 4G ที่เปิดทดสอบในปัจจุบันจะใช้เทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจาก 3G ในชื่อ LTE (Long Term Evolution) ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรศัพท์ยุคที่ 4 (Fourth Generation) และถือเป็นเครือข่ายโทรศัพท์ที่มีความกว้างในการรับส่งข้อมูลที่สูงเทียบ เท่าระบบแลน (LAN) หรือคิดเป็นตัวเลขคือประมาณ 100 ถึง 1,000 เมกะบิตต่อวินาที
       
       ด้วยความเร็วและช่วงกว้างของเครือข่าย 4G ที่มากกว่า 3G หลายเท่าตัว ทำให้ 4G ถูกวางตัวเป็นผู้นำด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ต-มัลติมีเดียไร้สายความละเอียด สูง เช่น นำไปใช้ในการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอลล์แบบเอชดี รวมถึงการใช้ถ่ายทอดทีวีออนไลน์ (HD Live Streaming) หรือใช้ร่วมกับบริการภาพยนตร์และช่องทีวีออนดีมานด์ความละเอียดสูงที่จะเกิด ขึ้นในอนาคต
       
       ***4G ในไทยมาจากไหน?
       
       เป็นคำถามยอดฮิตที่ได้ยินในปัจจุบัน และผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่ทราบถึงที่มา ซึ่งปัจจุบัน 4G LTE ในไทยยังอยู่ในโครงการทดสอบเชิงเทคนิคที่ได้รับการอนุมัติจาก กสทช. ในชื่อ "4G Trial" และห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยตัวหลักของงานได้แก่ บริษัท ทีโอที, บริษัท กสท โทรคมนาคม, บริษัท แอดวานส์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส และ บริษัท ดิจิตอลโฟน พร้อมกำหนดเวลาทดสอบ 3 เดือน
       
       สำหรับย่านความถี่ที่เปิดให้ทดสอบในไทยจะมี 2 ย่านความถี่ คือ 2300 MHz (TDD) โดยการดูแลของ เอไอเอสและทีโอที เปิดให้ทดสอบตั้งแต่ถนนพระราม 1 มาบุญครอง สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามสแควร์ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ และถนนแจ้งวัฒนะ
       
       ส่วนย่านความถี่ที่ 2 คือ 1800 MHz (FDD) โดยการดูแลของ กสทและ ดิจิตอลโฟน จะเปิดให้ทดสอบในเขตพื้นที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคามและราชภัฏมหาสารคาม
       
       ***เตรียมพร้อมก่อนทดสอบ 4G ภาคพื้นสนาม
       
       สำหรับการทดสอบ 4G ภาคพื้นสนาม จะทดสอบผ่านอุปกรณ์ 4G Dongle จาก Nokia Siemens Networks ในรุ่น lte 7210-abo พร้อมซิม 4G บนรูปแบบสัญญาณ UMTS LTE 100/50 เมกะบิต โดยการทดสอบจะเริ่มตั้งแต่ มาบุญครองถึงเซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยรูปแบบการทดสอบจากทั้งภายนอกอาคารตามที่ผู้ให้บริการแจ้งว่าเป็นวิธีที่ ดีที่สุด และภายในอาคารเพื่อหาความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลต่ำสุดที่ 4G สามารถแสดงผลออกมาได้
       
       โดยชุดทดสอบที่เลือกใช้จะเป็น Speedtest จากเว็บไซต์ ADSL Thailand สำหรับการทดสอบการดาวน์โหลด-อัปโหลดข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ไทย-ไทยและไทย- สหรัฐอเมริกา
       
       ส่วนการทดสอบดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่จะทดสอบดาวน์โหลดผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่สหรัฐอเมริกาด้วยขนาดไฟล์ 3.3 จิ๊กกะไบต์
       
       สุดท้ายในส่วนการทดสอบเล่นวิดีโอออนไลน์แบบเอชดี จะเลือกทดสอบจากวิดีโอด้วยความละเอียดวิดีโอที่ 1080p ขนาดไฟล์ประมาณ 1 จิ๊กกะไบต์
       
       ***1 วันกับ 4G ภาคสนาม
       
       หลังจากเดินทางมุ่งหน้าสู่ใจ กลางกรุงเทพฯ ในช่วงเช้า การทดสอบเริ่มจากภายนอกอาคารบริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้ากับห้างมาบุญครอง ด้วยขีดสัญญาณ 4G ประมาณ 2 ขีด โดยผลทดสอบจาก Speedtest จะมีความเร็วดาวน์โหลด 9 เมกะบิตต่อวินาที อัปโหลด 8 เมกะบิตต่อวินาทีสำหรับเซิร์ฟเวอร์ไทย-ไทย ส่วนไทย-สหรัฐอเมริกา จะอยู่ที่ประมาณ 8 เมกะบิตต่อวินาที สำหรับขาดาวน์โหลดและอัปโหลด
       
       มาที่การทดสอบดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลขนาด 3.3 จิ๊กกะไบต์ สามารถทำความเร็วได้แค่เพียง 720 กิโลไบต์ต่อวินาทีเท่านั้น และสุดท้ายการทดสอบรับชมคลิปวิดีโอจากวิดีโอ 1080p ขนาด 1 จิ๊กกะไบต์ พบว่าทำได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุด
       
       ขยับเข้าไปในห้าง มาบุญครองบริเวณชั้น 1 พบว่าสามารถเชื่อมต่อ 4G ได้ แต่ไม่มีขีดสัญญาณปรากฎขึ้น แต่สามารถทดสอบ Speedtest ได้ที่ความเร็วดาวน์โหลดประมาณ 0.70 เมกะบิตสำหรับเซิร์ฟเวอร์ไทย-ไทย ส่วนอัปโหลดไม่สามารถทดสอบได้ เพราะสัญญาณ 4G เปลี่ยนสถานะเป็น "Disconnect" ทำให้การทดสอบในส่วนนี้ต้องยกเลิกในที่สุด และพอสรุปได้ว่า 4G ในไทยตอนนี้ต้องอยู่ภายนอกอาคารถึงจะได้สัญญาณที่เสถียรที่สุด
       
       จากนั้นปลี่ยนฐานการทดสอบมาบริเวณ หน้าลานพาร์คพารากอนฝั่งติดสยามเซ็นเตอร์ ด้วยขีดสัญญาณครึ่งหนึ่งพบว่า ความเร็วที่ได้จากการทดสอบด้วย Speedtest สำหรับขาดาวน์โหลดจะอยู่ที่ 30 เมกะบิตต่อวินาที ส่วนขาอัปโหลดอยู่ที่ 8 เมกะบิตต่อวินาที มาที่การทดสอบดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลขนาด 3.3 จิ๊กกะไบต์ สามารถทำความเร็วได้ 3 เมกะไบต์ต่อวินาที
       
       และสุดท้ายการทดสอบรับชมคลิปวิดีโอจากวิมีโอ 1080p ขนาด 1 จิ๊กกะไบต์ พบว่าทำได้ลื่นไหล การโหลดบัฟเฟอร์ล่วงหน้าจบลงในเวลาเพียงแค่ 6 วินาที ซึ่งนับว่าเร็วมาก
       
       แต่ก่อนที่ทีมทดสอบจะออกจากลานพาร์คพารากอนเพื่อมุ่งหน้าสู่เซ็นทรัล เวิลด์ ทีมทดสอบขอลองเปลี่ยนตำแหน่งไปบริเวณหน้าพารากอน และทดสอบด้วย Speedtest กันอีกครั้งด้วยเซิร์ฟเวอร์ไทย-ไทย พบว่า สามารถทำความเร็วในขาดาวน์โหลดอยู่ที่ 42 เมกะบิตต่อวินาทีส่วนขาอัปโหลดอยู่ที่ 5.3 เมกะบิตต่อวินาที พร้อมทำการทดสอบซ้ำครั้งที่ 2 จะได้ความเร็วขาดาวน์โหลดอยู่ที่ 65 เมกะบิตต่อวินาที ในขณะที่ขาอัปโหลดอยู่ที่ 5.7 เมกะบิตต่อวินาที ด้วยขีดสัญญาณ 4G เต็มทุกขีด
       
       สุดท้ายทีมงานตัดสินใจมุ่งหน้าไปสู่ จุดทดสอบสุดท้ายบริเวณหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ โดยทีมงานเริ่มทดสอบด้วย Speedtest เซิร์ฟเวอร์ไทย-ไทย พบว่าสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 80 เมกะบิตต่อวินาทีสำหรับขาดาวน์โหลด ส่วนอัปโหลดสามารถทำความเร็วอยู่ที่ 10 เมกะบิตต่อวินาที
       
       มาที่การทดสอบ Speedtest ด้วยเซิร์ฟเวอร์ไทย-สหรัฐอเมริกา สามารถทำความเร็วดาวน์โหลดได้ประมาณ 20 เมกะบิตต่อวินาที ส่วนขาอัปโหลดอยู่ที่ 5 เมกะบิตต่อวินาที
       
       ในส่วนการทดสอบดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลขนาด 3.3 จิ๊กกะไบต์ สามารถทำความเร็วได้ 4 เมกะไบต์ต่อวินาที
       
       และสุดท้ายการทดสอบรับชมคลิปวิดีโอจากวิมีโอ 1080p ขนาด 1 จิ๊กกะไบต์ พบว่าเพียงแค่เริ่มต้นกดปุ่ม Play ส่วนของบัฟเฟอร์สามารถโหลดเสร็จสิ้นในเวลาไม่ถึง 4 วินาที ซึ่งนับว่าเร็วที่สุดตั้งแต่ทดสอบ 4G มาตลอดทั้งวัน
       
       ***สรุปผลทดสอบ
       
       หลังจากการทดสอบ 4G ใจกลางกรุงเทพฯ จบลงในช่วงเย็นของวัน และลองสรุปผลทดสอบทั้งหมดจะพบว่าเป็นไปตามที่ผู้ให้บริการให้ข้อมูลกับทีม ทดสอบว่า การทดสอบภายนอกอาคารจะมีประสิทธิภาพดีที่สุดในตอนนี้ โดยความเร็วดาวน์โหลดและอัปโหลดที่ทำได้สูงสุดอยู่บริเวณด้านหน้าเซ็นทรัล เวิลด์คือประมาณ 80/10 เมกะบิตต่อวินาทีและ ซึ่งใกล้เคียงกับความเร็ว 100 เมกะบิตที่ผู้ให้บริการบอกไว้
       
       ในขณะที่การทดสอบใช้งานระหว่างเดินทาง ภายในอาคาร และบางจุดทดสอบ เช่น หน้ามาบุญครอง บนทางเชื่อมใจกลางสยาม ทำประสิทธิภาพได้ต่ำหรือเทียบเท่าความเร็วเพียง 3G เท่านั้น แถมสัญญาณที่ได้ยังแกว่งไม่เสถียร (เชื่อมต่อ 5 ครั้งในจุดเดียวกันแต่กลับได้ความเร็วต่างกันเป็น 10-20 เมกะบิตต่อวินาที) และระหว่างทดสอบการเชื่อมต่อสัญญาณ 4G หลุดบ่อยมาก
       
       แต่ถึงอย่างไรการทดสอบครั้งนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้งานตามที่ กสทช. อนุมัติเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายแล้วเมื่อ 4G เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์จริงเมื่อไหร่ ก็ได้แต่หวังว่าจะได้รับความเร็วตามมาตรฐานเหมือนที่คาดหวังไว้ ไม่ใช่เหมือน 3G ตอนนี้ที่ความเร็วยังเป็นแค่ราคาคุยเท่านั้น

 

ที่มา: Manager Online

 



ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2012-03-24 18:24:32 IP : 113.53.91.60